อุณหภูมิ สภาพอากาศโดยทั่วไป

อุณหภูมิ  คือการวัดค่าเฉลี่ย ของพลังงานจลน์ (คือพลังงานที่เกิดกับวัตถุมีการเคลื่อนที่ อย่างเช่น รถกำลังแล่น เครื่องบินกำลังบิน พัดลมกำลังหมุน หรือว่าน้ำกำลังไหลจากน้ำตกที่อยู่หน้าผา จึงกล่าวได้ว่าพลังงานจลน์ล้วน เป็นพลังงานกลที่สามารถเปลี่ยนรูปกลับไปมาได้)ของอนุภาคในสสารใด ๆ ที่สอดคล้องกันกับความเย็น และความร้อนของสสารนั้น ๆโดยมีแนวคิดเกี่ยวกับอุณหภูมิเกิดขึ้นอยู่ 2 แนวทางนั่นก็คือแนวทางหลักของ อุณหพลศาสตร์(เป็นเทอร์โมไดนามิกส์ของสาขาฟิสิกส์ที่มีการศึกษาความสัมพันธ์เกี่ยวกับ ความร้อนอุณหภูมิงานและพลังงาน ในช่วงแรกกรณีการศึกษาจะเกิดขึ้นเรื่องเครื่องจากความร้อนต่อมาในภายหลังนักวิทยาศาสตร์ได้คิดวิเคราะห์อุณหพลศาสตร์ควบคุมถึงระบบการเปลี่ยนแปลง) ตามการอธิบายในเชิงสุขภาพทางฟิสิกส์เชิงการสถิติและแนวทางของอุณหพลศาสตร์ ถูกการพัฒนาโดย ลอร์ดเคอวิน (เป็นนักฟิสิกส์ทางวิทยาศาสตร์ และวิศวกรที่มหาลัยมีผลงานที่สำคัญ คือการคำนวณทางคณิตศาสตร์ที่พิสูจน์ผลทางด้านไฟฟ้าอุณหพลศาสตร์ ชื่อของเขาต่างเป็นที่รู้จักกันอย่างมาก) โดยมีการเกี่ยวข้องกันในเชิงการจุลภาพ ดังนั้นคำจำกัดความอุ่นหภูมิในเชิงของอุณหพลศาสตร์ ในเบื้องต้นนั้นจึงรู้เกี่ยวกับคำแปลต่าง ๆ ที่สามารถจะวัดได้จากการสังเกตเห็นส่วนแนวทางต่าง ๆ ในทางฟิสิกส์เชิงสถิติจะให้ความเข้าใจในเชิงลึกยิ่งกว่าอุณหพลศาสตร์ 

อุณหภูมิ 

การเกิดของ อุณหภูมิ และมวลของสสาร

โดยอธิบายถึงการสะสมจำนวนของอนุภาคขนาดใหญ่มีการตีความพารามิเตอร์ออกไปในต่าง ๆ นานา อุณหภูมิโดยอุณหพลศาสตร์ในเชิงมหาภาคในฐานะค่าเฉลี่ย และสถิติพารามิเตอร์ของอนุภาคในเชิงจุลภาคด้วยในกรณีศึกษาฟิสิกส์เชิงสถิติ สามารถที่จะตีความนิยามอุณหภูมิในอุณหภูมิอาจว่าเป็นการวัดพลังงานเฉลี่ยของอนุภาค ในแต่ละองศาอิสระ โดยระบบอุณหภูมิจากนั้นสามารถที่จะเป็นคุณสมบัติเชิงกล้าสถิติด้วยระบุ จึงต้องประกอบด้วยปริมาณคุณภาพจำนวนมากเพื่อที่จะสามารถบ่งบอกถึงค่าอุณหภูมิที่มีความหมายนำไปใช้ประโยชน์ในของแข็งพลังงานนี้ จะพบในการสั่นไหวรวมถึงอะตอมของสสารในสภาวะที่สมดุลกัน ในแก๊สอุดมคติพลังงานนี้จะพบในการเคลื่อนไหวไปมา โมเลกุลแก๊ส อุณหภูมิความร้อนสสารทั้งหมดประกอบด้วยอะตอมรวมตัวกันเป็นโมเลกุล มีการเคลื่อนที่ของอะตอมหรือว่าการสั่นโมเลกุลทำให้เกิดรูปแบบของพลังงานจลน์ ซึ่งเรียกว่าความร้อน เราจะสามารถพิจารณาพลังงานความร้อนจากพลังงานทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวของอะตอม หรือว่าโมเลกุลทั้งหมดของสสารอุณหภูมิหมายถึงการวัดค่าเฉลี่ยของพลังงานจลน์ที่เกิดขึ้นจากอะตอมแต่ละตัว หรือว่าโมเลกุลของสาร 

เมื่อเราได้ใช้พลังงานความร้อนให้กับสสารอะตอมจะมีการเคลื่อนที่เร็วทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น เมื่อตัวเราลดพลังงานความร้อนอะตอมของสสารจะเคลื่อนที่ช้าลงทำให้อุณหภูมินั้นต่ำ หากมีการต้มน้ำหรือว่าถ้วยคุณเดียวกันมีความร้อนจะเห็นได้ว่าถ้วยมีอุณหภูมิที่สูงกว่า แต่จะมีพลังงานความร้อนที่น้อยกว่าและหม้อ

นอกจากนี้พลังงานความร้อนจะอยู่ในมวลสารของสสารทั้งหมดแต่อุณหภูมิเป็นเพียงค่าเฉลี่ยของพลังงาน ในแต่ละอะตอมดังนั้นชั้นบรรยากาศของโลกจะมีอุณหภูมิ และมีพลังงานความร้อนน้อยเนื่องจากมีมวลอากาศอยู่อย่างเบาบาง  

สกิลอุณหภูมิ องศาฟาเรนไฮต์ ดูนักฟิสิกส์ชาวเยอรมันได้ประดิษฐ์เทอร์โมมิเตอร์ซึ่งบรรจุปรอทไว้ในหลอดแก้ว เขาพยายามทำให้ปรอทมันลดต่ำลง โดยใช้น้ำแข็งและเกลือผสมเขาพิจารณาจากจุดหลอมละลายของน้ำแข็งเท่ากับ 32 Fahrenheit และจุดเดือด 212Fahrenheit

องศาเซลเซียส คิดค้นโดยนักดาราศาสตร์ชาวสวีเดนได้ออกแบบเทอร์โมมิเตอร์ให้อ่านง่ายขึ้น อุณหภูมิ โดยมีจุดหลอมละลายของน้ำแข็งเท่ากับ 0 องศาเซลเซียส และจุดเดือดของน้ำเท่ากับ 100 องศาเซลเซียส

เคลวิน (องศาสมบูรณ์) นักฟิสิกส์ชาวอังกฤษได้เป็นคนค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างความร้อน และอุณหภูมินะอุณหภูมิ-273.15องศาอะตอมของสสารจะไม่มีการเคลื่อนที่ และจะไม่มีสิ่งใดที่นี่หนาวกว่านี้อีกแล้วเขาจึงกำหนดให้ 0 k เท่ากับ-273.15องศา ที่ไม่ต้องมีเครื่องหมายวงกลมกำกับในอักษรของตัว k เป็นสกิล องศาสมบูรณ์หรือว่าเคลวิน เช่นเดียวกับองศาเซลเซียสทุกประการแต่เพียง +273.15 เข้าไปเมื่อต้องการเปลี่ยนเซลเซียสเป็นเคลวิน 

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่>>> ozppp

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *